การเลือกเครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับใช้ภายในบ้าน ควรพิจารณาจาก แหล่งน้ำต้นทาง (น้ำประปา น้ำบ่อ/น้ำบาดาล) และ ลักษณะการใช้งาน ของสมาชิกในบ้านครับ โดยระบบกรองน้ำดื่มหลักๆ ที่นิยมใช้ในบ้าน มี 3 ระบบ
1. ระบบ RO (Reverse Osmosis)
เป็นระบบกรองที่ละเอียดที่สุดในปัจจุบัน (กรองได้ถึง 0.0001 ไมครอน) สามารถกรองเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส โลหะหนัก และสารละลายในน้ำได้เกือบ 100%
- เหมาะสำหรับ:
- บ้านที่ใช้น้ำบาดาล น้ำกร่อย หรือน้ำประปาที่มีรสเค็ม/มีกรด-ด่างสูง
- ผู้ที่ต้องการน้ำดื่มที่มีความสะอาดบริสุทธิ์สูงมาก
- บ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยที่ต้องการระวังเรื่องเชื้อโรคเป็นพิเศษ
- ข้อสังเกต:
- ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน (มีปั๊มน้ำ)
- มีน้ำทิ้ง (อัตราส่วนประมาณ 1:1 ถึง 1:2 ขึ้นอยู่กับรุ่น)
- กรองแร่ธาตุออกทั้งหมด (หากต้องการแร่ธาตุ สามารถเลือกรุ่นที่มีไส้กรองเพิ่มแร่ธาตุเสริมได้)
2. ระบบ UF (Ultra Filtration)
ระบบกรองผ่านเส้นใยสังเคราะห์ที่มีความละเอียดประมาณ 0.01 ไมครอน สามารถกรองแบคทีเรียและสิ่งสกปรกได้ดี แต่ยังคงแร่ธาตุตามธรรมชาติในน้ำไว้
- เหมาะสำหรับ:
- บ้านที่ใช้ น้ำประปาภูมิภาค / ประปากรุงเทพฯ ที่ไม่มีปัญหาน้ำกร่อยหรือเค็ม
- ผู้ที่ต้องการติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
- ข้อสังเกต:
- ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
- ไม่มีน้ำทิ้ง
- ไม่สามารถกรองความเค็ม สารละลายบางประเภท หรือไวรัสขนาดเล็กมากๆ ได้เท่า RO
3. ระบบ UV (Ultra Violet) หรือ Micro Filtration + UV
เป็นการใช้ไส้กรองคาร์บอน/เรซินเพื่อกรองกลิ่น สี กลิ่นคลอรีน และตะกอน จากนั้นใช้แสง UV ในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย
- เหมาะสำหรับ:
- น้ำประปาสะอาดมาตรฐานทั่วไปที่ต้องการเน้นกำจัดกลิ่นคลอรีนและฆ่าเชื้อโรคซ้ำ
- ผู้ที่ชอบน้ำดื่มที่ยังคงมีแร่ธาตุ
- ข้อสังเกต:
- ต้องเสียบปลั๊กไฟสำหรับหลอด UV
- ต้องเปลี่ยนหลอด UV ตามอายุการใช้งาน
💡 คำแนะนำในการเลือกซื้อ
- เช็กคุณภาพน้ำที่บ้านก่อน:
- น้ำประปาดีอยู่แล้ว: เลือก UF หรือ UV เพื่อความสะดวก ประหยัดพลังงาน และได้น้ำที่มีแร่ธาตุ
- น้ำบาดาล / น้ำเค็ม / น้ำกร่อย / ตะกอนเยอะ: แนะนำให้เลือก RO เท่านั้น
- พื้นที่การติดตั้ง:
- หากมีพื้นที่ใต้เคาน์เตอร์ครัว สามารถเลือกแบบซ่อนใต้เคาน์เตอร์ (Under-sink)
- หากพื้นที่จำกัด เลือกรุ่นตั้งโต๊ะ (Countertop) หรือแบบแขวนผนัง
- ความสะดวกในการดูแลรักษา:
- ควรถามเรื่อง ความยากง่ายและราคาในการเปลี่ยนไส้กรอง (โดยทั่วไปควรเปลี่ยนไส้กรองทุกๆ 6–12 เดือน) และความแพร่หลายของอะไหล่บริการหลังการขาย
